ปวดหลังด้านขวา ปวดหลังด้านขวา บน ล่าง บอกอะไรเราได้บ้าง วิธีแก้เบื้องต้น

เชื่อว่าผู้อ่านหลาย ๆ ท่านที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ น่าจะเคยประสบปัญหากับอาการปวดหลังกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ๆ หรือผู้ที่ทำงานหนักเพราะใช้กล้ามเนื้อมัดเดิม ๆ ในการทำงานท่าเดิมเป็นประจำ ซึ่งอาการปวดหลังอาจจะเป็น ๆ หาย ๆ หรืออาจปวดหลังแบบเฉียบพลันก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ไม่ควรปล่อยปละละเลยให้อาการปวดหลังเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น หรือปล่อยให้ปวดกินระยะเวลานาน ๆ ในบทความนี้เราจะพาไปดูอาการปวดหลังด้านขวาบ่อย ๆ เกิดจากอะไร? มีอาการอย่างไร? สามารถทำกายภาพบำบัดด้วยวิธีไหนได้บ้าง? ติดตามได้ในบทความนี้เลย!
เลือกอ่านหัวข้อเกี่ยวกับปวดหลังด้านขวา
    Add a header to begin generating the table of contents
    back pain right side

    ปวดหลังด้านขวามีอาการอย่างไร?

    อาการปวดหลังด้านขวามักจะพบได้มากในผู้ที่ทำงานออฟฟิศ หรือผู้ที่ใช้กล้ามเนื้อบริเวณหลังเป็นระยะเวลานานมากจนเกินไปจึงทำให้กล้ามเนื้อหลังเกิดความผิดปกติและเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นได้ ซึ่งจะมีอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อหลัง ลามไปยังกล้ามเนื้อไหล่และกล้ามเนื้อคอ โดยอาจจะปวดแบบเฉียบพลัน ปวดแบบต่อเนื่อง หรือปวดแบบเรื้อรังก็ได้

    ปวดหลังด้านขวาบนอาจมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง?

    อาการปวดหลังด้านขวา บน คือ อาการปวดบริเวณหลังด้านหลังไหล่ไปจนถึงใต้สะบัก มีสาเหตุมาจาก

    • การนั่งทำงานในอิริยาบทเดิม ๆ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ๆ หรือการใช้งานกล้ามเนื้อผิดท่าและไม่เหมาะสม โดยอาจจะทำให้ปวดลามไปยังกล้ามเนื้อไหล่และกล้ามเนื้อคอร่วมด้วยได้
    • เกิดความผิดปกติของกระดูกและข้อ ซึ่งอาจจะมาจากการเกิดอุบัติเหตุ หรือได้รับบาดเจ็บจนกล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ
    • เกิดจากโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ภาวะกระดูกพรุน โรคมะเร็ง เป็นต้น
    • เกิดจากการทำงานของอวัยวะภายในผิดปกติ รวมทั้งอาการติดเชื้อ ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดลุกลามไปยังบริเวณหลังด้านขวา บนได้
      โรคที่เกี่ยวกับปอด ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับบริเวณหลังด้านขวา บน พอดี เมื่อเกิดความผิดปกติกับปอด จึงอาจทำให้ปวดหลังในบริเวณนั้น ๆ ได้

    ปวดหลังด้านขวาล่างอาจมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง?

    ปวดหลังด้านขวา ล่าง คือ บริเวณหลัง ใต้สะบักไปจนถึงก้นกบ มีสาเหตุเกิดจาก

    • การตั้งครรภ์ เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับทารก รวมทั้งอิริยาบถต่าง ๆ ที่ต้องทำซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ๆ
    • การติดเชื้อในกระดูกบริเวณกระดูกสันหลัง ลามไปยังบริเวณหลังด้านขวา ล่าง มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง
    • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคกระดูกพรุน หรือภาวะกระดูกเปราะ โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคไต เป็นต้น
    • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังและมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วยได้
    • ภาวะน้ำหนักตัวเกิน โรคอ้วน หรือไม่ชอบออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและสามารถรองรับน้ำหนักตัวได้อยากมีประสิทธิภาพ ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือเป็นโรคอ้วน น้ำหนักส่วนเกินไปกดทับที่บริเวณกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อบริเวณหลังทำให้ปวดหลังและกระดูกสันหลังผิดรูปได้

    รักษาอาการปวดหลังด้านขวาด้วยกายภาพบำบัด

    อาการปวดหลังด้านขวาสามารถรักษาได้หลายวิธี แต่วิธีการที่ได้ผลในระยะยาวและมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นคือ การทำกายภาพบำบัดด้วยวิธีการที่นิยมดังต่อไปนี้

    Ultrasound therapy

    การใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความถี่สูงที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและข้อต่อในชั้นผิวระดับลึก เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเร่งซ่อมแซมเนื้อเยื่อตามกระบวนการทางธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการปวด ตึง เกร็งของกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นและช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้

    Medical massage

    การนวดบำบัดกล้ามเนื้อโดยนักกายภาพ จะใช้เทคนิคการนวดตามความเหมาะสมของอาการเจ็บปวด เช่นการดัดดึงข้อต่อ การยืดกล้ามเนื้อเส้นประสาท หรือการกดจุดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด ช่วยให้ข้อต่อสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและให้ร่างกายกลับมาเคลื่อนไหวได้เป็นปกติอีกครั้ง

    High Power Laser therapy

    การใช้เลเซอร์ที่มีพลังงานสูงยิงเข้าไปเพื่อกระตุ้นปลายประสาทให้หลั่งสารยับยั้งอาการปวด บวมและอักเสบ ซึ่งเลเซอร์พลังงานสูงมักจะมีอุณหภูมิหรือความร้อนที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัวและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเร่งการกำจัดของเสีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการอักเสบอีกด้วย

    รักษาอาการปวดหลังด้านขวาเบื้องต้นด้วยท่าบริหารด้วยตัวเอง

    ท่าที่ 1:
    ให้ยืนหันลำตัวข้างที่มีอาการเจ็บปวดเข้าหากำแพง จากนั้นยกแขนขึ้นและนำขาด้านที่ติดอยู่ใกล้กับกำแพงไขว้ไปด้านหลังและเอียงตัวไปทางกำแพงให้รู้สึกตึง ๆ บริเวณลำตัว (อาจใช้ลูกเทนนิสแนบกับผนังเพื่อช่วยคลึงกล้ามเนื้อได้)

    ท่าที่ 2:
    นั่งกางขาออกทั้งสองข้างจนรู้สึกตึงบริเวณขาด้านใน จากนั้นค่อย ๆ เอื้อมมือซ้ายไปจับปลายเท้าขวาและเอื้อมมือขวาไปจับปลายเท้าซ้าย คุณจะรู้สึกตึง ๆ บริเวณลำตัว ให้ค้างไว้ประมาณ 15 วินาที ทำซ้ำ 5-8 ครั้ง

    ท่าที่ 3:
    นอนตะแคงและชันศอก โดยขาทั้งสองข้างวางทับกัน จากนั้นให้ใช้มือดันตัวขึ้นให้รู้สึกตึงบริเวณด้านข้าง ค้างไว้ประมาณ 15 วินาที ทำซ้ำ 5-8 ครั้ง

    ท่าที่ 4:
    ใช้มือทั้งสองข้างจับขอบประตูเอาไว้ ใช้ขาซ้ายค่อยไปทางด้านหลังของขาขวาและทิ้งตัวไปทางด้านซ้ายจนรู้สึกตึง ๆ ค้างไว้ประมาณ 15 วินาที ทำซ้ำ 5-8 ครั้ง จากนั้นจึงเปลี่ยนข้าง

    สรุปอาการปวดหลัง

    อาการปวดหลังอาจจะไม่ใช่แค่อาการปวดเมื่อยทั่วไป ยิ่งคุณปล่อยไว้นานมากเท่าไหร่ก็อาจจะเกิดอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเมื่อมีอาการปวด ลองสังเกตอาการตัวเองให้ดี หากมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้เหมาะสม แต่ถ้าหากเพิ่งมีอาการเริ่มต้น สามารถใช้การทำท่าบริหารด้วยตัวเองเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดเบื้องต้นได้